ที่เที่ยวสงขลา

ทริปนี้ล่องใต้ไปสัมผัสเสน่ห์อันน่าประทับใจกันที่เมืองสงขลา หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวแห่งภาคใต้ หากพูดถึงสงขลาเชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับหาดใหญ่และหาดสมิหลา ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม ทะเลชายหาด และที่เที่ยวธรรมชาติต่างๆ  รับรองว่าได้เที่ยวชม เช็คอิน เซลฟี่ และพักผ่อนกันได้อย่างเต็มที่ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วลองมาดูกันว่าที่เที่ยวสงขลาทริปนี้จะมีที่ไหนน่าเที่ยวกันบ้าง เพื่อแพลนการเที่ยวนี้ได้เลย 

วัดราชประดิษฐาน

ที่เที่ยวแรกของทริปเราเริ่มต้นกันด้วยการทำบุญเสริมสิริมงคลและชมความงดงามที่ วัดราชประดิษฐาน หรือเรียกอีกหนึ่งชื่อว่า วัดพะโคะ ตั้งอยู่ที่ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ (เป็นชื่อเดิมของวัดแห่งนี้) เป็นวัดเก่าแก่แห่งเมืองสงขลา สันนิษฐานว่าสร้างในช่วงสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ตรงกับพ.ศ. 2057 ซึ่งได้มีการสร้างขึ้นบนยอดเขาพัทธสิงค์ โดยมีสมเด็จพะโคะหรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ท่านได้มาจำพรรษาที่แห่งนี้จึงกลายเป็นชื่อของวัดพะโคะ หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดราชประดิษฐาน ภายในวัดนั้นมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญหลายสิ่ง ตัวอย่างเช่น เจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ รอยพระพุทธบาท วิหารพระพุทธไสยาสน์ พระสุวรรณมาลิก ศิวลึงค์ อนุสาวรีย์และรูปจำลองของสมเด็จพระราชมุนีสามีราม และส่วนอื่นๆ ซึ่งวัดราชประดิษฐานยังเป็นศาสนสถานที่สำคัญอีกด้วย ทั้งเป็นสถานที่สำหรับพิธีดื่มน้ำพิพัฒน์สันยา สำหรับบรรจุพระบรมธาตุ รวมถึงการประดิษฐานพระมาลิกเจดีย์ นอกจากนี้ก็ยังมีตำนานเกี่ยวกับหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดที่เล่าขานสืบต่อกันมา และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนพากันกราบไหว้กันมากมาย ถือเป็นสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสงขลาเลย 

วัดเขารูปช้าง

ที่เที่ยวสงขลาพิกัดต่อมาคือ วัดเขารูปช้าง ตั้งอยู่ในตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา ตั้งอยู่บนเชิงเขา เป็นวัดที่สร้างด้วยแรงศรัทธาของพระมงคลญาญคุณ หรือ จวงเจีย ยสโร ท่านเป็นพระสิงค์โปร์และเจ้าอาวาสรูปแรกแห่งวัดเขารูปช้าง ซึ่งภายในวัดนั้นมีเจดีย์พุทธคยาจำลอง ด้านในจะมี 2 ชั้นโดยชั้นแรกจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ประธาน ส่วนชั้นสองจะมีงานจิตรกรรมฝาผนังอันสวยงาม ในส่วนของด้านบนจะได้ชมยอดเจดีย์และวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ พร้อมมีรูปปั้นแกะสลักจากหินอ่อนเป็นรูปต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังมีถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยอย่างงดงาม และประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์มหาสัตว์องค์ใหญ่ให้ผู้คนได้เข้ามาสักการะและชมหินเหล่านี้กัน เรียกได้ว่าเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงามและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของภาคใต้เลย

มัสยิดกลาง

พิกัดที่สามของทริปนี้ขอพาทุกคนมาชมศาสนสถานที่สำคัญของชาวมุสลิมกัน ก็คือ มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองแห ภายในอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น ทัชมาฮาลเมืองไทยเลย โดยมีสถาปัตยกรรมอย่างมัสยิด ที่ได้รับการสร้างสรรค์อย่างประณีต เป็นมัสยิดสีขาวงามสง่า ปูพื้นด้วยกระเบื้องลวดลายงดงาม ยิ่งเพิ่มความสวยให้กับมัสยิดแห่งนี้ พร้อมการประดับด้วยกระจกใสบานใหญ่ ทำให้ภายในมีความโปร่งแสงและมีบรรยากาศอันเงียบสงบ ต่อมาส่วนของด้านหน้ามัสยิดจะมีสระนำ้ขนาดใหญ่ ทอดยาวไปตามข้างหน้าเป็นความสวยงามอย่างยิ่ง ทำให้เป็นทัศนียภาพที่คล้ายกับทัชมาฮาลนั่นเอง ยิ่งในช่วงตอนเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า และมีแสงไฟสีสันต่างๆ นับว่าเป็นภาพที่งดงามและไม่ควรพลาดที่จะมาเที่ยวมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลาแห่งนี้เลย 

เขาตังกวน

ที่เที่ยวต่อมาพาทุกคนมาชมวิวเมืองสงขลากันที่ เขาตังกวน โดยตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา สำหรับเขาตังกวนจะตั้งอยู่บนภูเขาเล็กๆ ซึ่งจะมีเจดีย์พระธาตุคู่ประดิษฐานอยู่ องค์เจดีย์นี้มีสีขาวและเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในสมัยทวารวดี ด้านในมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ในทุกๆปีจะมีงานพิธีห่มผ้าเจดีย์ ร่วมกับประเพณีลากพระและตักบาตรเทโวด้วย ต่อจากนั้นจะเป็นพระวิหารแดงเป็นศาลาเปิดโล่งสามารถเดินทะลุจากหน้าหลังได้ถือเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากๆ เลย ถัดจากนั้นก็จะเป็นประภาคารที่มีอายุเก่าแก่ สร้างขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5 สุดท้ายที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของเขาตังกวน ก็คือการชมทัศนียภาพของเมืองสงขลา รวมทั้งชมทิวทัศน์ของทะเลสาป หาดสมิหลาอีกด้วย ซึ่งการเดินทางขึ้นไปที่เขาตังกวน ก็จะมีทั้งแบบขึ้นลิฟท์โดยสาร หรือจะเดินขึ้นบันไดก็จะได้สัมผัสธรรมชาติระหว่างทางได้อีกด้วย 

ลิวงค์ จะนะ

ที่จังหวัดสงขลาถือว่าเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอยู่หลายแห่ง และหนึ่งในนั้นก็คือ ลิวงค์ จะนะ เป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับสมญานามว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองจะนะเลย โดยตั้งอยู่ที่บ้านลิวงค์ ภายในตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ ที่นี่จะมีหุบเขาดินแดงที่อายุยาวนานกว่าร้อยปี ซึ่งมีความเขียวจีและความอุดมสมบูรณ์อยู่เต็มพื้นที่ รายล้อมไปด้วยแม่น้ำอันกว้างใหญ่ กลายเป็นทัศนียภาพทางธรรมที่สวยงามอย่างมาก แถมยังมุมถ่ายรูปที่สายเซลฟี่จะต้องถูกใจแน่นอน ในส่วนของกิจกรรมที่ลิวงค์ จะนะ นั้นมีให้เลือกหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือคายัคชมวิวใกล้ชิดธรรมชาติ การปั่นจักรยานชิลล์ๆ และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของลิวงค์ จะนะ ก็คือการชมวิวพระอาทิตย์ในยามเช้าที่เป็นแสงอ่อนๆส่องกระทบน้ำ หรือจะชมตะวันที่ค่อยๆลับขอบฟ้าในยามเย็นก็สวยงามไม่แพ้กันเลย 

หาดเก้าเส้ง

มาเที่ยวภาคใต้ทั้งทีก็พลาดไม่ได้กับการเที่ยวทะเล ดังนั้นในทริปที่เที่ยวสงขลานี้เราขอพาทุกคนมาเช็คอินกันที่หาดเก้าเส้ง ตั้งอยู่ที่ทางใต้ของชายทะเลเมืองสงขลา โดยจะต่อจากหาดชลาทัศน์ ที่หาดเก้าเส้งแห่งนี้ได้มีตำนานเกี่ยวกับก้อนหินศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า หินนายแรง โดยในอดีตนั้นมีเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชหรือนายแรงได้มีความประสงค์จะนำเงินเก้าแสนไปบรรจุในพระบรมธาตุ แต่ระหว่างทางเกิดเหตุการณ์ลมพายุจนต้องซ่อมเรือ เป็นผลให้นายแรงนำเงินไปบรรจุไม่ทัน จึงเกิดความเสียใจอย่างมาก เลยตัดสินใจนำเงินเก้าแสนไปไว้บนโขดหินนี้พร้อมตัดศีรษะตนเองไว้ นับตั้งแต่นั้นก็กลายเป็นความเชื่อว่าวิญญาณนายแรงได้เฝ้าทรัพย์มาจนถึงปัจจุบันนี้เลย ในส่วนของทัศนียภาพของหาดเก้าเส้งนั้นเหมาะกับการพักผ่อนมากๆ ซึ่งมีความสวยงามอย่างลงตัวของโขดหินบนหาดที่ลักษณะคล้ายภูเขาเรียงสลับไปมาหลายก้อน หนึ่งในนั้นก็จะมีก้อนหินนายแรงที่เราสามารถชมวิวเกาะแมวได้อีกด้วยนะ นอกจากนี้ก็จะหาดทรายเนียนละเอียดกับน้ำทะเลสีฟ้าคราม มีลมทะเลพัดเพลินเย็นๆ เป็นอีกหนึ่งทะเลที่ทุกคนไม่ควรพลาดมากันเลย 

ทะเลสาบสงขลา

ที่เที่ยวพิกัดนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของภาคใต้นั่นก็คือ ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบที่ใหญ่สุดในประเทศไทย โดยครอบคลุมถึง 3 จังหวัดได้แก่ สงขลา  นครศรีธรรมราช และพัทลุง ที่ทะเลสาบสงขลานั้นเต็มไปด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติอันสวยงาม ทั้งหุบเขา สายน้ำ และสิ่งมีชีวิตมากมาย ซึ่งที่นี่จะมีเกาะชื่อดังหนึ่งเดียวบนทะเลสาบ ก็คือ เกาะยอ เต็มไปด้วยเนินเขาน้อยใหญ่สลับกัน จะมีผู้คนอาศัยอยู่หลายพันคน เราจะได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของชาวเกาะยอ ต่อมาจะเป็นการเที่ยวและเรียนรู้เกี่ยวสวนผลแบบมรสุม ต่อด้วยการไหว้พระที่วัดแหลมพ้อ จะมีพระพุทธรูปปางปรินิพพานประดิษฐานอยู่ ถือเป็นองค์พระนอนปางนี้ที่ใหญ่สุดของไทยและมีความงดงามโดดเด่นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ก็ยังมีบริเวณสะพานติณสูลานนท์ทอดยาวไปตามทะเลสาป ใกล้ๆเชิงสะพานจะมีสถาบันทักษิณคดีศึกษา ทุกคนจะได้ชมศิลปวัฒนธรรมต่างๆของภาคใต้ พร้อมได้ชมวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบสงขลา ซึ่งจะเป็นมุมกระชังปลากับบ้านเรือนผู้คน และมุมของสะพานติณสูลานนท์ เรียกได้ว่าเป็นเที่ยวที่คุ้มค่ากันสุดๆเลย 

หาดสมิหลา

หากได้มาเที่ยวที่เขาตังกวนแล้วต้องไม่พลาดกันที่ หาดสมิหลา ตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อยาง ในอำเภอเมืองสงขลา สำหรับหาดสมิหลานั้นจะมีป่าสนเรียงรายกันบนชายหาด พร้อมด้วยต้นไม้เขียวขจีนานาชนิด มีหาดทรายเขียวละเอียดทอดยาวไปกับน้ำทะเลสีครามสดใส มีสายลมพัดพลิ้วปลิวไปมา บนเกาะก็เต็มไปด้วความร่มรื่นของธรรมชาติมีมุมนั่งเล่นนั่งชิลล์ๆกันหลากหลายมุม มีโซนนั่งชมวิวที่สามารถเห็นทัศนียภาพของเกาะแมวเกาะหนูเลย มีคงามเงียบสงบเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อน เแถมพิ่มความสนุกสนานด้วยการลงเล่นน้ำก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ของหาดสมิหลาก็คือ รูปปั้นนางเงือกสีทอง ซึ่งมีการสร้างขึ้นในช่วงพ.ศ. 2509  มีอาจารย์จิตร บัวบุศย์ เป็นผู้สร้างขึ้นมา ตามเรื่องเล่าในนิยายปรัมปราของไทยและกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งหาดสมิหลาเลย 

เกาะยอ

เมื่อมาเที่ยวทะเลสาบสงขลาต้องไม่พลาดกับการเที่ยวที่เกาะยอ เพราะเต็มไปด้วยความสวยงามตามธรรมชาติทัศนียภาพหุบเขาน้อยใหญ่ ต้นไม้เขียวขจีและมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายแห่ง โดยมีสะพานติณสูลานนท์เชื่อมต่อกับเกาะ เราเริ่มต้นเที่ยวกันที่วัดแหลมพ้อ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่ใหญ่ในประเทศไทย มีลวดลายภาพศิลปะอยู่ที่พระบาทด้วย นอกจากองค์พระนอนแล้วก็ยังมีศาลาพระโพธิ์สัตว์กวนอิม ศาลาท้าวมหาพรหม พระอุโบสถ รวมถึงสมเด็จเจ้าเกาะยอที่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ นอกจากวัดแห่งนี้ก็ยังมีวัดท้ายยอตั้งอยู่บนเกาะด้วย ต่อจากนั้นก็มีสถาบันทักษิณคดีศึกษาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างๆของภาคใต้และเป็นจุดชมวิวทะเลสาบสงขลาจากมุมสูงที่สวยงามมากๆ เมื่อกล่าวถึงเกาะยออีกหนึ่งสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ก็คือ ผ้าทอเกาะยอ มีลวดลายงดงาม หนึ่งในนั้นคือ ลายราชวัตถ์อันเป็นลวดลายพระราชทานจากรัชกาลที่ 7ได้เที่ยวชมวิถีชีวิตและไหว้พระในวัดเสริมมงคลกันแล้ว ทางเราขอพาทุกคนไปเช็คอินตามคาเฟ่ต่างๆบนเกาะยอ ตัวอย่างเช่น Cafe in ร้านนี้ตั้งอยู่ท้ายเกาะยอใกล้ๆกับวัดท้ายยอ เป็นร้านชิลล์ๆริมทะเล ร้านนั่งเล่นหน้าเล Bistro Cafe เป็นคาเฟ่สไตล์วินเทจ จากตัวร้านก็สามารถชมวิวทิวทัศน์สวยๆได้เช่นเดียวกัน ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของเมืองสงขลาที่ต้องลองมากันซักครั้งให้ได้เลย 

น้ำตกโตนงาช้าง

ปิดท้ายทริปที่เที่ยวสงขลาทริปนี้กันด้วยน้ำตกโตนงาช้าง ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างที่ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ ถือเป็นหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวท็อปฮิตติดอันดับต้นๆของเมืองสงขลาเลยก็ว่าได้ ด้วยความสวยงามของน้ำตกที่ทำให้เราต้องไม่พลาดUnseen กับสถานที่เที่ยวแห่งนี้ โดยน้ำตกโตนงาช้างนั้นเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทั้งหมด 7ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นก็จะมีชื่อเรียกดังนี้ ชั้นแรกเรียกว่าโตนบ้า เป็นชั้นที่มีโขดหินขนาดเล็กเรียงสลับกันไปมาคู่กับลำธารน้ำไหล ชั้นที่ 2 คือโตนปลิวเต็มไไปด้วยแอ่งน้ำน้อยใหญ่ เล่นน้ำสนุกสนานได้เลย ชั้นที่ 3 นั้นคือโตนงาช้าง ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับน้ำตกและเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย เพราะความสวยงามของหินผาที่มีลักษณะคล้ายงาช้าง เมื่อสายน้ำไหลผ่านโขดหินนี้ก็จะมีไหลบรรจบกันได้อย่างสวยงาม และยังมีบริเวณโขดหินใหญ่ให้ทุกคนได้ชมทิวทัศน์ด้านล่างกันด้วย ต่อมากันที่ชั้น 4 ชื่อว่าโตนดำ จากนั้นเดินทางขึ้นสู่ชั้นที่ 5 เรียกว่าโตนน้ำปล่อย ชั้นที่ 6 มีชื่อว่า โตนฤๅษีคอยบ่อ และสุดท้ายชั้นที่ 7นั้นเรียกว่า โตนเหม็ดชุน นอกจากนี้น้ำตกโตนงาช้างอยู่รายล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ อยู่ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี พรรณไม้หลากชนิด ธรรมชาติเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความสวยงามให้กับน้ำตกโตนงาช้าง พร้อมเพิ่มบรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อนและเติมความสดชื่นที่ทุกคนจะประทับใจกันอย่างแน่นอน 

สำหรับทริปนี้ก็ครบทุกพิกัดกันเรียบร้อยสำหรับที่เที่ยวสงขลา เป็นแพลนที่ครบรสการท่องเที่ยวเลย เพราะเมืองสงขลานั้นเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการไหว้พระชมความงดงามของวัดวาอาราม การเที่ยวชมสัมผัสวิถีชีวิตอันมีเสน่ห์แห่งเมืองสงขลา รวมทั้งที่เที่ยวธรรมชาติเพิ่มการพักผ่อนสุดชิลล์ได้เต็มที่ หากใครมามีแพลนเที่ยววันหยุดยาวกันนี้ หรือใครอยากลองล่องใต้มองหาแหล่งท่องเที่ยวกันอยู่ ก็สามารถมาเที่ยวเมืองสงขลานี้กันได้เลย