ที่เที่ยวบึงกาฬ

ทริปพักผ่อนในช่วงวันหยุดนี้มาเก็บกระเป๋าเดินทางกัน เพราะทางเราขอพาทุกคนไปเช็คอินกันที่บึงกาฬ จังหวัดที่77 ของประเทศไทย ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากด้วยหลากหลายแหล่งท่องเที่ยว ไม่จะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอาราม และที่เที่ยวธรรมชาติ ซึ่งทุกสถานที่ท่องเที่ยวนั้นถือว่ามีทั้งความสวยงามและความโดดเด่นน่าสนใจอันเป็นเอกลัษณ์สำคัญของจังหวัดนี้ สำหรับทริปที่เที่ยวบึงกาฬจะมีแพลนที่ไหนบ้างมาดูกันได้เลย 

ถ้ำนาคา

เริ่มต้นทริปที่เที่ยวบึงกาฬกันด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่นับว่าเป็น Unseen แห่งหนึ่งของเมืองไทยกันที่ ถ้ำนาคา ตั้งอยู่ใกล้กับวัดถ้ำชัยมงคล ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขลง ที่นี่เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานพญานาคที่ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นพญานาคที่ถูกสาปให้กลายเป็นหินในอดีตกาล และปัจจุบันเป็นสถานที่ที่ผู้คนนั้นศรัทธาพากันมากราบไหว้ขอพรและมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก ที่ถ้ำนาคาจะมีหินลักษณะคล้ายหัวพญานาคหรืองูยักษ์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า Sun Crack. ซันแครก หินที่มีความโค้งมนและเกิดการกัดกร่อนทำให้เกิดลวดลายคล้ายเกล็ดงู จะมีบางส่วนที่ถูกปกคลุมด้วยมอสและพืชสีเขียวอื่นๆ โดยเราจะเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติขึ้นมาด้านบนของถ้ำนาคา ซึ่งจะมีหลากหลายจุดเที่ยวชม ไม่ว่าจะเป็นหัวนาคาที่  1 และหัวนาคาแห่งที่ 2 มีถ้ำนาคา รวมไปถึงเจดีย์หลวงปู่เสาร์  เจดีย์หลวงปู่วัง ถ้ำหลวงปู่วัง ยอดเจดีย์กองข้างศรีบุญเนาว์ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นำพาทุกคนมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมความอัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดเลย 

วัดอาฮงศิลาวาส

แวะมาทำบุญกันต่อที่วัดอาฮงศิลาวาส มีพิกัดตั้งอยู่ที่บ้านอาฮงตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแก่งอาฮง ในพื้นที่ของแม่น้ำโขง โดยมีหลวงพ่อลุนเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งขึ้นมา ภายในวัดนั้นมีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นอย่างพระอุโบสถสร้างแบบศิลปะไทยประยุกต์ ผนังของโบสถ์ประดับด้วยหินอ่อนได้อย่างดงาม ในส่วนของด้านหน้าจะมีบันไดพญานาคทอดยาวลงไป เมื่อเข้าไปด้านในจะมีพระพุทธควานันท์ศาสดา ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่ องค์พระนั้นมีความงดงามเป็นอย่างมาก ถัดจากพระอุโบสถก็ยังมีวิหารพระพุทธชินราช เจดีย์พระบรมธาตุอาฮง วิหารหลวงพ่อสุโขทัย รวมถึงลานหินธรรมชาติ อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของวัดอาฮงศิลาวาสก็คือ ความเชื่อที่ว่ากันว่าบริเวณหน้าวัดแห่งนี้เป็นสะดือแม่น้ำโขง คือจุดลึกที่สุดของแม่น้ำโขง โดยจะเกิดน้ำไหลเชี่ยวเป็นหลุมรูปกรวยเลย อีกทั้งความที่ทีตั้งของวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินทำให้เราได้ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามอีกด้วย 

วัดภูทอก

อีกหนึ่งวัดสวยงามของจังหวัดบึงกาฬ ทางเราขอพาทุกคนมากันที่วัดภูทอก หรือ วัดเจติยาศรีวิหาร พิกัดตั้งอยู่ที่บ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง ภายในอำเภอศรีวิไล ในทางภาษาอีสานสำหรับคำว่าภูทอก นั้นหมายถึงภูเขาอันโดดเดี่ยว ที่นี่จะมีภูทอกน้อยและภูทอกใหญ่ โดยส่วนที่ทุกคนสามารถเที่ยวชมได้ก็คือ ภูทอกน้อย วัดแห่งนี้ได้รับการก่อตั้งโดยพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ซึ่งการไปชมวัดภูทอกนั้นจะมีบันไดไม้รอบๆภูทอกสำหรับการเดินทางไปสู่ด้านบน รวมแล้วมีอยู่ด้วยกัน 7 ชั้น ช่วงที่เป็นชั้นแรกถึงชั้นที่หกจะเป็นบันไดและทางเดินวนรอบภูทอก ลักษณะแต่ละชั้นจะมีความน่าสนใจต่างๆ เช่น ชั้นที่สี่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าต่างๆ ต้นไม้นานาพันธุ์ สายน้ำลำธาร และเนินเขาเตี้ยที่เรียกกันว่า ดงชมพู ชั้นที่ห้าจะเป็นพื้นที่ของศาลาหลังใหญ่พร้อมพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ รวมทั้งมีถ้ำต่างๆอย่างเช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำฤๅษี ต่อขึ้นมาชั้นที่หกจะเป็นชั้นสำหรับชมวิว มีทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงามมากสุด ซึ่งมีผาต่างๆ เช่น ผาเทพสถิต ผาเทพนิมิตร พร้อมมีพระนาคปรกและทางเข้าเมืองพญานาคเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชั้นนี้ ใครชื่นชอบการผจญภัยแนะนำให้ลองมาเที่ยวที่วัดภูทอกแห่งนี้กันเลย 

ลานธรรมภูสิงห์

มาต่อกันที่อีกหนึ่งที่เที่ยวสุดฮิตของบึงกาฬกันที่ ลานธรรมภูสิงห์ มีพิกัดที่ตั้งอยู่ ณ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมือง โดยจะอยู่ทางทิศเหนือของภูสิงห์ บนลานกว้างหญ้าสีเขียวขจีนั้นจะมีหินทรายที่มีสีแดงขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายสิงโตในท่าหมอบ จึงเป็นที่มาของชื่อ ลานธรรมภูสิงห์ นั่นเอง อีกทั้งยังมี หลวงพ่อสิงห์ เป็นพระพุทธรูปองค์ประธานประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าหินนี้ด้วย เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างพากันมาสักการะขอพร พร้อมกับพิกัดใกล้ๆที่จะเป็นจุดชมวิวที่ทุกคนสามารถชมทัศนียภาพธรรมชาติบริเวณด้านล่าง เต็มไปด้วยเหล่าต้นไม้อันเขียวขจี มีป่าอันอุดมสมบูรณ์ โดยจุดชมวิวนั้นจะมีทางทิศตะวันออกที่เรียกว่า จุดชมวิวลานธรรม บริเวณสามารถมองเห็นได้ไกลไปจนถึงแม่น้ำโขงและพื้นที่ฝั่งประเทศลาวเลย อีกหนึ่งจุดจะเรียกว่าจุดชมวิวผาน้ำทิพย์ ซึ่งจะได้เห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว สำหรับทริปที่เที่ยวบึงกาฬที่นี่เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ทุกคนต้องลองมากันให้ได้เลย 

ประตูภูสิงห์ 

เมื่อมาลานธรรมภูสิงห์แล้วก็ต้องไม่พลาดมาเที่ยวชมกันต่อที่ประภูสิงห์ เป็นอีกหนึ่ง Unseen แห่งภูสิงห์เลย โดยลักษณะของที่เที่ยวแห่งนี้จะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนตั้งอยู่คู่ตรงข้ามกันเป็นช่องลมหรือคล้ายกับประตูนั่นเอง  ซึ่งหินทั้งสองก้อนจะตั้งอยู่ริมหน้าผา ทำให้ได้ชมวิวทิวทัศน์ของผืนป่าสีเขียวที่เต็มไปด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพแล้วก็ยังเป็นจุดถ่ายรูปแบบย้อนแสงสุดชิคอีกด้วย ทั้งนี้ก็ยังมีจุดน่าเที่ยวบนภูสิงห์อีกหลายแห่ง ซึ่งที่นี่จะเต็มไปด้วยหินทรายในลักกษณะของหินรูปทรงต่างๆ หน้าผา และบริเวณถ้ำ รวมถึงที่เที่ยวชื่อดังใกล้ภูสิงห์อย่างหินสามวาฬ จุดชมวิวหินหัวช้าง จุดชมวิวถ้ำฤๅษี และจุดชมวิวส้างร้อยบ่อ เรียกได้ว่าได้ท่องเที่ยวอย่างครบครันกันเลย 

จุดชมวิวหินสามวาฬ

หากมาเที่ยวจังหวัดบึงกาฬต้องไม่พลาดกับการเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวพิกัดนี้เลยก็คือ จุดชมวิวหินสามวาฬ ตั้งอยู่ที่บ้านนนไทรทอง ตำบลโคกก่อง อำเภอเมือง โดยจะอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าดงสีชมพู และป่าภูสิงห์ บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยหินทรายรูปทรงต่างๆ แต่ที่โดดเด่นมากๆก็คือ บริเวณหินยาวที่มีลักษณะคล้ายกับปลาวาฬ 3ตัว ที่ประกอบด้วย พ่อวาฬ แม่ และลูกวาฬเรียงกันอยู่ ซึ่งตามการสันนิษฐานนั้นว่ากันว่าหินสามวาฬนั้นมีอายุเก่าแก่ถึง 75ปีเลย นอกจากภาพมุมสูงที่มองสวยแล้ว เมื่อเดินทางขึ้นไปด้านบนก็จะพบว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยมากๆของจังหวัดบึงกาฬเลย ไม่ว่าจะเป็นการชมทัศนียภาพของป่าไม้เขียวขจี ซึ่งเราจะเห็นวิวของห้วยบังบาตร หาดทรายแม่น้ำโขง ป่าภูวัว แก่งสะดอก นอกจากนี้ที่จุดชมวิวหินสามวาฬก็ยังเป็นสถานที่ของการชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า เป็นภาพของแสงอรุณส้มอ่อนๆตัดกับท้องฟ้าอันสดใสได้งดงามมากๆ โดยจะมีเส้นทางการขึ้นก็จะมีบริการรถให้นั่งไปด้านบน หรือถ้าหากใครมีรถพร้อมสำหรับการขึ้นก็สามารถขับรถขึ้นไปด้วยตนเองได้เช่นกัน 

เป็นจังหวัดอันดับ 77 ของเมืองไทยที่มีเสน่ห์แห่งการท่องเที่ยวอันน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนตั้งใจมาสักการะบูชากันมากมาย พร้อมกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของไทย อีกทั้งยังมีที่เที่ยวธรรมชาติที่มีหลายๆสถานที่ที่เป็น Unseen ของเมืองไทย เรียกได้ว่าทริปที่เที่ยวบึงกาฬนี้คุ้มค่าสำหรบการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเลย