วัดอ่างทอง

เที่ยววันหยุดทริปนี้ขอพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศการท่องเที่ยวพักผ่อนชิลล์ๆ มาเป็นทริปไหว้พระขอพรกัน ซึ่งหากเป็นการเที่ยวชมวัดสวยและทำบุญแบบนี้มีหนึ่งจังหวัดที่ทางเรานำมาแนะนำสำหรับทริปอิ่มบุญให้กับทุกคนกัน นั่นก็คือ จังหวัดอ่างทอง เมืองรองที่โดดเด่นมาด้วยวัดวาอารามอันสวยงามหลากหลายแห่ง ที่ผ่านการสรรค์สร้างให้ออกมาเป็นสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และงานจิตรกรรมที่วิจิตรงดงาม นอกจากนี้บางวัดยังเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย พร้อมกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานในแต่ละวัด ใครกำลังมีแพลนจะไปเสริมบุญเสริมสิริมงคล ลองมาดูทริปไหว้พระ 7วัดอ่างทองนี้กันเลย

1. วัดม่วง

เริ่มต้นทริปกันด้วยวัดวาอารามที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงโด่งดังของเมืองอ่างทอง ก็คือวัดม่วง มีพิกัดตั้งอยู่ที่ตำบลหัวสะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาช่วงตอนปลาย จะมีช่วงที่วัดม่วงนั้นถูกทิ้งร้างจากครั้งที่เสียกรุง เหลือเป็นซากปรักหักพัง แต่หลังจากนั้นก็มีท่านพระครูวิบูลอาจารคุณท่านได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดม่วง แล้ววัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ให้กลับมาสวยงามดังเช่นปัจจุบัน สิ่งน่าสนใจภายในวัดมีหลากหลาย เริ่มตั้งแต่พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญหรือหลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีขนาดองค์ใหญ่ที่สุดพร้อมกับความงดงามด้วยสีทองอร่าม ประดิษฐานโดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจี มองจากระยะไกลนับว่ามีทัศนียภาพที่สวยงามมากๆ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอ่างทองที่มีผู้คนมากราบไหว้ขอพรกันมากมาย มาต่อกันที่อุโบสถที่มีความวิจิตรงดงามอย่างมาก ภายในอุโบสถมีงานจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ อีกหนึ่งไฮไลท์ก็คือบริเวณรอบโบสถ์จะมีปูนปั้นกลีบบัวสีชมพูสดใส ถือเป็นงานประติมากรรมที่ใหญ่และสวยงามมากเลย นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งน่าสนใจอื่นๆ เช่น งานประติมากรรมการจำลองดินแดนนรก-สวรรค์ วิหารแก้วรัตนพราหมณ์-สุวรรณปาล ศาลพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ พลับพลา3มหาราชผู้กู้แผ่นดิน และสถาปัตยกรรม ประติมากรรมอื่นๆอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอ่างทองที่ไม่ควรพลาดเลย

2. วัดท่าอิฐ 

ทริปไหว้พระวัดอ่างทองพิกัดที่สองนี้คือ วัดท่าอิฐ ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางพลับ ของอำเภอโพธิ์ทอง เป็นเก่าแก่อีกหนึ่งแห่งของเมืองอ่างทอง โดยมีการสร้างในช่วงพ.ศ. 2304 ตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งบริเวณวัดนั้นเคยเป็นสถานที่ขนอิฐก้อน จึงเป็นชื่อที่มาของวัดแห่งนี้นั่นเอง ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญอย่างพระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง ตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณกลางวัด เป็นองค์เจดีย์สีทองอร่าม มีรูปแบบศิลปะลังกาทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งพระครูสุคนธศีลคุณท่าเป็นผู้ริเริ่มสร้าง เพื่อทดแทนเจดีย์หลังเดิมที่มีการชำรุดพุพังไป ด้านในได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมการประดิษฐานองค์พระพุทธชินราชและพระพุทธรูปปางต่างๆไว้จำนวนมาก เราสามารถชมความงามได้ทั้ง ภายนอกและภายในเลย นอกจากองค์เจดีย์แล้วภายในวัดท่าอิฐก็ยังมีพระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาว องค์พระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือกันมายาวนาน หากได้มาจังหวัดอ่าวทองแนะให้ลองมาวัดแห่งนี้กันเลย

3. วัดป่าโมกวรวิหาร

มาต่อกันที่อีกหนึ่งวัดเก่าแก่แห่งเมืองอ่างทองก็คือ วัดป่าโมกวรวิหาร ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ที่ถนนป่าโมกราษฏร์บำรุง ตำบลป่าโมก ในอำเภอป่าโมก สำหรับประวัติความเป็นมาได้มีการสันนิษฐานกันว่าวัดป่าโมกวรวิหารนั้นถูกสร้างประมาณสมัยสุโขทัย เมื่อก่อนชาวบ้านเรียกวัดแห่งนี้กันว่า วัดใต้ท้ายตลาด ต่อมาก็ถูกเรียกเป็นชื่อวัดป่าโมกวรวิหาร ไฮไลท์สำคัญของวัดนี้คือพระพุทธไสยาสน์ที่มีความงดงามแห่งหนึ่งของไทยและถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุคู่กับวัดป่าโมกวรวิหารมายาวนาน ซึ่งมีลักษณะเป็นปูนปั้นปิดทองทั้งหมดอย่างงดงามและองค์พระจะนอนตะแคงขวา หนุนพระเขนยที่เป็นทรงกระบอกซ้อนแบบลดหลั่นกัน 3ใบ โดยพระพุทธไสยาสน์ได้ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหาร ต่อมาคือพระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างสวยงาม ด้านในจะมีพระประธานและองค์พระพุทธรูปปางต่างๆประดิษฐานอยู่หลายองค์ ต่อจากนั้นจะเป็นมณฑปพื้นที่สำหรับประดิษฐานพ ระพุทธบาท มีการก่อสร้างด้วยอิฐฉาปปูน รวมไปถึงวิหารเขียน เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่สำคัญของวัดป่าโมกวรวิหาร ถูกสร้างด้วยทรงไทยและลงลวดลายไทยประดับได้อย่างสวยงามเลย

4. วัดจันทรังษี

พิกัดวัดอ่างทองแห่งที่สี่ขอพาทุกคนมากันที่ วัดจันทรังษี เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนึ่งของจังหวัดอ่างทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวไผ่ ในพื้นที่อำเภอเมือง เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นมายาวนาน ตรงกับช่วงพ.ศ.2446 วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโยก ตั้งอยู่ในอุโบสถ ตามตำนานเล่าขานกันว่าชื่อของหลวงพ่อโยกนี้เกิดจากเหตุการณ์พระพุทธรูปองค์นี้สามารถโยกไปมาได้ โดยเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่อายุหลายร้อยปี ผ่านการสร้างด้วยศิลปะแบบอยุธยา ต่อมาในทิศตรงข้ามกับพระอุโบสถจะเป็นพระมหาวิหารจัตุรมุข เป็นสถาปัตยกรรมสีขาวงามสง่า สร้างสำหรับประดิษฐานหลวงพ่อสด องค์พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะและปิดทองทั้งองค์ ถือเป็นพระพุทธรูปโลหะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเลย นอกจากนี้ยังมีวิหารรูปแบบศิลปะจีนที่ประดิษฐานพระโพธิ์สัตว์อวโลกิเตศวร สร้างจากการแกะสลักไม้หอมให้มาเป็นเจ้าแม่กวนอิมปางพันมือสี่หน้า ซึ่งนับว่าวัดจันทรังษีนั้นมีสถาปัตยกรรมอันสวยงามมากมาย พร้อมทั้งมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนทั่วพื้นที่ต่างพากันมากราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันเลย

5. วัดไชโยวรวิหาร

ทริปอิ่มบุญครั้งนี้ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งวัดสำคัญของเมืองอ่างทองนั่นก็คือ วัดไชโยวรวิหาร พิกัดอยู่ที่ตำบลไชโย อำเภอไชโย หรือเรียกอีกชื่อว่า วัดเกษไชโย เป็นวัดที่ถูกสร้างประมาณสมัยกรุงศรีอยุธยา หลังจากนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่านได้สร้างพระมหาพุทธพิมพ์ หรือหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ องค์พระสร้างตามรูปแบบศิลปะช่วงรัตนโกสินทร์ สร้างแบบก่ออิฐถือปูนลงปิดทอง ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนมากมายเลื่อมใสศรัทธาและมากราบไหว้ขอพรกันตลอด โดยมีการประดิษฐานองค์พระมหาพุทธพิมพ์ไว้ ณ อุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมอันสวยงาม มีลวดลายจิตรกรรมที่วิจิตรงดงาม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและเทพเทวดาองค์ต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังมีอุโบสถอีกหนึ่งหลัง เป็นสถาปัตยกรรมสีขาวประดับลวดลายไทยสีทองงดงามอร่าม รวมถึงประติมากรรมรูปปั้นต่างๆบริเวณสระน้ำที่ถูกสร้างสรรค์อย่างสวยงาม ถือเป็นหนึ่งในวัดชื่อดังของจังหวัดอ่างทองที่ทางเราขอแนะนำอีกหนึ่งแห่งเลย 

6. วัดสังกระต่าย

วัดสวยอ่างทองพิกัดถัดมาทางเราขอพาทุกคนมาเที่ยวชมความงามของโบราณสถานที่สำคัญกันที่ วัดสังกระต่าย โดยตั้งอยู่ที่ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง สำหรับประวัติความเป็นมาของวัดสังกระต่ายนั้นมีการสันนิษฐานว่าได้ถูกสร้างช่วงประมาณก่อนกรุงศรีอยุธยา เดิมทีวัดแห่งนี้ชื่อว่า วัดสามกระต่าย แต่หลังจากชื่อก็ถูกเรียกเพี้ยนกันมาว่า วัดสังกระต่าย ภายหลังการสร้างวัดนี้ขึ้นมาได้เกิดเหตุการณ์วิวาทระหว่างพระสงฆ์ด้วยกัน ส่งผลให้ผู้คนเสื่อมศรัทธาจนในที่สุดวัดแห่งนี้ก็ถูกปล่อยทิ้งร้างกว่าร้อยปี ประกอบกับประชาชนต่างพากันไปวัดไผ่ล้อม เป็นวัดแห่งใหม่ รวมได้ถึงได้ย้ายบางส่วนของวัดสังกระต่ายไปที่วัดไผ่ล้อม ทำให้เหลือเพียงโบสถ์ตั้งอยู่ที่วัดสังกระต่ายเท่านั้น แต่หลังจากเวลาผ่านไปวัดสังกระต่ายก็ได้รับการดูแลทั้งจากกรมศิลปากรและชาวบ้านในส่วนที่ยังคงศรัทธา  จึงทำให้ปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมามากมาย ซึ่งคือในส่วนของโบสถ์ มีลักษณะทรงสี่เหลี่ยม ก่อด้วยอิฐส้มลงฉาบปูน พร้อมมีรากไทรปกคลุมทั่วบริเวณโบสถ์ ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความงามในแบบธรรมชาติ บริเวณด้านในถูกแบ่งเป็นสามห้อง โดยห้องที่หนึ่งจะเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อแก่น ห้องถัดมาจะมีหลวงพ่อสุข หลวงพ่อศรี  และหลวงพ่อวันดีประดิษฐานอยู่ องค์พระทั้งหมดนี้ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่อีกครั้งเนื่องจากเศียรที่ถูกตัดออก ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเก่าแก่ที่มีผู้คนเคารพบูชามากมายเลย 

7. วัดขุนอินทประมูล

พิกัดวัดสุดท้ายนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์แหล่งท่องเที่ยวของเมืองอ่างทองเลย สำหรับวัดวัดขุนอินทประมูล วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง เป็นวัดเก่าแก่ที่มีการสร้างช่วงสมัยสุโขทัย เป็นวัดสำคัญที่พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 เคยเสด็จมา ณ วัดขุนอินทประมูล โดยภายในวัดนั้นมีพระศรีเมือง เป็นพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ ประดิษฐาน ณ วิหารหลังใหญ่ ซึ่งในครั้งอดีตถือเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม แม้ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ แต่ก็ยังคงความสวยงามขององค์พระนอนที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง โดยมีพุทธลักษณะที่ถูกสรรค์สร้างอย่างวิจิตร บริเวณข้างๆรายล้อมไปด้วยธรรมชาติเขียวขจีตัดกับท้องฟ้าสีสดใส อีกทั้งยังถือเป็นพระนอนที่ยาวสุดของไทย ถัดจากนั้นก็จะเป็นอุโบสถสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาได้สวยงามอย่างยิ่ง พร้อมกับด้านในที่มีองค์พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่และมีภาพวาดจิตรกรรมเกี่ยวกับองค์พระนอนที่มีความงดงามอย่างมาก นอกจากนี้วัดขุนอินทประมูลก็ยังมีซากปรักหักพังของวิหารหลวงพ่อขาว ที่ยังคงเหลือส่วนฐานและโบราณวัตถุในบางสิ่ง เรียกได้ว่าหากมาเที่ยวจังหวัดอ่างทอง ต้องไมาพลาดมาเที่ยวชมวัดขุนอินทประมูลแห่งนี้กันเลย

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ลองมาเที่ยวที่นี่พร้อมทริปไหว้พระวัดอ่างทอง เมืองรองที่มีเสน่ห์ความงดงามของวาอารามและความเก่าแก่โบราณ ถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง หรือใครทำบุญแล้วอยากพักผ่อนด้วย มาเที่ยวที่นี่ก็ตอบโจทย์เลย เพราะนอกจากทริปอิ่มบุญนี้แล้ว เมืองรองใกล้กรุงก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น มีธรรมชาติอันร่มรื่น รวมถึงคาเฟ่ ร้านอาหารมากมายที่น่าไปเช็คอิน แถมการเดินทางก็สะดวกมาก เที่ยวอ่างทองครั้งนี้แฮปปี้ตลอดทริปแน่นอน