รวมภูในไทย

ทะเลหมอกยามเช้า คงเป็นบรรยากาศชวนฝันที่น่าหลงใหลของใครหลายคน ซึ่งคงอยากมีโอกาสไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง แล้วสถานที่ไหนบ้างที่สามารถไปดูทะเลหมอกได้ แน่นอนว่าคงต้องเป็นภูเขา ดอย หรือพื้นที่สูงอย่างแน่นอน และที่สำคัญส่วนใหญ่ทะเลหมอกจะมีให้เห็นก็แต่ในเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น เราจึงได้รวบรวม 10 ภูในไทยที่น่าไปเที่ยวสักครั้งมาฝากกัน

ภูกระดึง

นับว่าเป็นภูยอดนิยมที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว เนื่องจากมีจุดชมวิวหลายแห่ง ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม สามารถกางเต็นท์นอนค้างคืนบนยอดภูได้ มีร้านค้าและห้องน้ำไว้บริการ แต่จะต้องเดินเท้าขึ้นไป โดยใช้เวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง ซึ่งภูกระดึงจะไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นตลอดทั้งปี แต่จะเปิดติดต่อกันเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน ช่วงประมาณเดือน ตุลาคม-พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่อากาศดี ไม่มีฝน สะดวกต่อการเดินขึ้นภู ไม่เป็นอันตรายต่อตัวนักท่องเที่ยวนั่นเอง

ภูเรือ

ภูนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลยภูนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,365 เมตร สามารถชมวิวได้ครบจบในที่เดียว ทั้งทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและลง หรือจะชมดาวตอนกลางคืนก็ได้ นอกจากนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่น ๆ อีก เช่น ลานหิน หน้าผา น้ำตก เป็นต้น ซึ่งนับว่าคุ้มมาก ๆ หากใครได้ไปเยือน สามารถกางเต็นท์ค้างคืนได้ หรือใครจะค้างในบ้านพักก็ได้เช่นกัน ซึ่งมีจัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ภูเรืออยู่ห่างจากอำเภอเมืองจังหวัดเลยประมาณ 48 กิโลเมตร สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวขึ้นมาจอดบนอุทยานได้เลย ซึ่งระหว่างทางจะได้พบกับวิวทุ่งหญ้าและป่าไม้อันเขียวขจีอีกด้วย

ภูทอก

ภูทอกอยู่ในจังหวัดเลย เมืองเชียงคาน จุดชมวิวทะภูทอกอยู่ในจังหวัดเลย เมืองเชียงคาน เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีลักษณะเป็นภูเขาสูง มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบทิศ นอกจากนี้บนยอดภูยังเป็นที่ตั้งของโทรคมนาคมของเมืองเชียงคานอีกด้วย ภูทอกอยู่ห่างจากตัวอำเภอมาประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นระยะทางไม่ไกล โดยต้องจอดรถยนต์ส่วนตัวไว้ที่ปากทางขึ้น และนั่งรถโดยสารสาธารณะที่มีการจัดเตรียมไว้สำหรับขึ้นภู ค่าโดยสารก็ไม่แพง เพียงคนละ 25 บาทเท่านั้น

ภูชี้ฟ้า

ภูภูชี้ฟ้าอยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นอีกหนี่งภูที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย เพราะมีจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ไกลสุดลูกหูลูกตา มีลักษณะโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร คือเป็นชะง่อนผาขนาดใหญ่ยื่นออกไปกลางท้องฟ้า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200-1,628 เมตร สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้ในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะแก่การมากางเต็นท์ค้างคืนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม ยังเป็นช่วงที่ ดอกเสี้ยว หรือ ดอกชงโคป่า บานสะพรั่ง ทั้งยังเป็นช่วงที่มี ประเพณีโยนลูกช่วง หรือ โยนลูกหิน โดยจะมีหนุ่มสาวชาวมังแต่งกายด้วยชุดสีสันสดใสมาโยนลูกหินกัน ซึ่งเป็นประเพณีของชาวบ้านแถวนี้อีกด้วย นอกจากจะได้ชมวิวทิวทัศน์สวย ๆ แล้ว ยังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หาชมได้ยากในเมืองไทยอีกด้วย

ภูชี้ดาว

ภูชี้ดาวตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงรายเช่นกัน อยู่กึ่งกลางระหว่างภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร สามารถรับชมวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงได้บนวิวสูง มีเขาน้อยใหญ่เรียงตัวกันสลับไปมาเป็นฉากหลัง มองเห็นวิวทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน โดยนักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเองประมาณ 200 เมตร จากจุดที่รถยนต์เข้าถึง ซึ่งจะเป็นช่วงของสันเขาที่มีวิวงดงามตระการตา ควรค่าแก่การมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง

ภูทับเบิก

ภูทับเบิกอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดของจังหวัด มีความสวยงามจนเป็นที่กล่าวขาน มองเห็นทะเลหมภูทับเบิกอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดของจังหวัด มีความสวยงามจนเป็นที่กล่าวขาน มองเห็นทะเลหมอกได้ไกลสุดสายตา ฉากหลังเป็นทะเลภูเขาอันสลับซับซ้อนไปมา บรรยากาศธรรมชาติ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี นอกจากนั้นในช่วงหน้าหนาวของทุกปีจะมี ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดอกซากุระเมืองไทย สีชมพูบานสะพรั่งเต็มยอดภู ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยือนและถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึกกัน และยังเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอีกด้วย

ภูสอยดาว

ภูนี้ตั้งอยู่ในอุทภูนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว โดยมีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด คือ จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพิษณุโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,102 เมตร ลักษณะเป็นป่าต้นน้ำ มีธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ส่วนจุดที่ยอดนิยมของที่นี่ก็คือ ลานสนสามใบภูสอยดาว นั่นเอง เพราะจะมีต้นสนขึ้นอยู่เต็มลาน ซึ่งมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ดอกหงอนนาค โดยจะบานในช่วงหน้าฝน ประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน เหมาะแก่การมาเยี่ยมชมและถ่ายรูปสวย ๆ กลับไปฝากคนรอบข้างเป็นอย่างยิ่ง

ภูลังกา

ภูนี้ตั้งอยู่เขตของวนอุทยานภูลังกา ในจังหวัดพภูนี้ตั้งอยู่เขตของวนอุทยานภูลังกา ในจังหวัดพะเยา เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนอยู่บนเทือกเขาสันปันน้ำ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 – 1,720 เมตร มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเดินป่าพิชิตยอดภู ซึ่งมีเส้นทางเดินป่าไม่ไกลประมาณ 3 กิโลเมตร ใครที่ชอบชมนกชมไม้หายาก ที่นี่นับว่าเหมาะมากทีเดียว เพราะมีต้นไม้และนกหลากหลายสายพันธุ์ให้ชมกันอย่างจุใจ นอกจากนั้นในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมี ทุ่งดอกโคลงเคลง ที่กำลังบานสะพรั่ง รออวดความงดงามให้เหล่านักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม สร้างความประทับใจกลับไปไม่รู้ลืมอีกด้วย ภูทับเบิกสามารถนั่งรถยนต์ขึ้นไปได้เช่นกัน ซึ่งเส้นทางอาจจะสุดหินอยู่สักหน่อย จึงแนะนำให้นั่งรถชาวบ้านขึ้นไปจะดีกว่า โดยเหมาะคันละ 1,000 บาท สามารถนั่งได้ 10 คน ถ้ามากันหลายคนก็ตกเพียงคนละ 100 บาทเท่านั้น

ภูห้วยอีสัน

ภูห้วยอีสัภูห้วยอีสันอยู่ในจังหวัดหนองคาย ภาคอีสานตอนบน เป็นจุดที่สามารถเห็นทะเลหมอกลอยอยู่เหนือแม่น้ำโขงได้ไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจอีกหนึ่งภาพที่หาชมได้ยาก ในการเดินทางขึ้นภูนั้นไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปได้ แต่มีรถอีแต๋นของชาวบ้านไว้คอยรับส่งให้บริการขึ้นไปชมวิวบนยอดภูได้ทุกวัน ส่วนใครที่อยากกางเต็นท์รับลมหนาว สามารถค้างคืนได้บริเวณตีนดอย ซึ่งจะมีพื้นที่จัดสรรไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

ภูไข่นุ้ย

ภูไข่นุ้ยอยู่ในจังหวัดพังงา ซึ่งเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกฝั่งอันดามันทางตอนใต้ของไทย เป็นแลนมาร์คแห่งใหม่สำหรับสายชอบเที่ยวภูเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งความพิเศษของภูแห่งนี้คือมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ไม่เว้นแม้กระทั้งฤดูร้อน วิวสวยงามสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างชัดเจน รวมถึงฉากหลังที่เป็นทิวเขาสลับซับซ้อนเรียงรายกันไป มีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ ควรเดินทางมาในช่วงที่คลื่นลมทะเลสงบ จะสะดวกและปลอดภัยกว่า โดยการเดินทางขึ้นภูจะต้องนั่งรถโดยสารของชาวบ้านที่มีความชำนาญในการขับ มีค่าใช้จ่ายขึ้น-ลง 100 บาทต่อ 1 คน หรือจะเหมาะคัน 500 บาท สำหรับนั่งได้สูงสุด 6 คนก็ได้เช่นกัน

จบกันไปแล้วสำหรับการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับ 10 ภูในเมืองไทยที่น่าไปเยือนในหนาวนี้ ใครที่ยังไม่ได้วางแผนการเดินทางในช่วงปีใหม่ ให้ภูเขาในไทยเป็นตัวเลือกชมทะเลหมอกยามเช้าสำหรับคุณ รับรองว่าจะต้องได้พบกับภาพประทับใจที่จะตราตรึงไว้ในความทรงจำของคุณไปอีกนาน