วัดสวยกาญจนบุรี

จุดหมายปลายทางอย่างเมืองกาญจนบุรี ถือว่าเป็นทริปเที่ยวในใจของใครหลายคน เพราะเมืองนี้เต็มไปด้วยภูเขา น้ำตก แม่น้ำลำธารธรรมชาติเเสนอุดมสมบูรณ์ พร้อมที่พักสุดชิลล์ และอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ วัดวาอาราม ซึ่งหลายๆแห่งถูกสร้างอย่างสวยงามตระการตา แต่ละวัดนั้นมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทริปนี้จึงขอพาทุกคนไปเที่ยววัดสวยกาญจนบุรี และกราบไหวสิ่งศักดิ์สิทธ์แต่ละแห่งกันเลย

วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ

เป็นวัดสวยกาญจนบุรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก เมื่อมาเที่ยวกาญถือว่าห้ามพลาดมาวัดถ้ำเสือเเห่งนี้เลย วัดนี้มีความเก่าแก่อย่างยาวนาน ซึ่งถูกสร้างมาตั้งแต่พ.ศ. 2514 เดิมเคยเป็นสำนักสงฆ์ขนาดเล็กมาก่อน จากนั้นได้ถูกบูรณะจนกลายเป็นวัดวาอารามที่ใหญ่โตและงดงามเช่นในปัจจุบัน สำหรับสิ่งน่าสนใจภายในวัดมาเริ่มกันที่ บันไดสูง158 ขั้น ชื่อว่า บันได้นาคสามสาย สามารถเลือกเป็นบันไดหรือขึ้นลิฟท์ก็ได้เลย เมื่อขึ้นไปด้านบนแล้วเราจะพบกับสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ตั้งแต่หลวงพ่อชินน์ประทานพร เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่มีขนาด  9 วา 9 นิ้ว สร้างด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ มีความสวยโดดเด่นมากๆ นักท่องเที่ยวและประชาชนพากันมาสักการะกันมากมาย จุดต่อมาเป็น เจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท  เป็นองค์เจดีย์แบบแปดเหลี่ยม ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม ด้านในถูกแบ่งเป็นแต่ละชั้น ซึ่งด้านบนสุดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาติ โดยถูกอัญเชิญจากประเทศอินเดีย ในส่วนของชั้นอื่นๆก็มีการประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ต่างๆมากมาย อีกหนึ่งความสวยงามก็คือพระอุโบสถอัฏฐมุขทรงไทย 

นอกจากจะได้ชมความงดงามของวัดแล้ว เราก็จะได้สัมผัสบรรยากาศสุดสดชื่นบริเวณวัดด้วย เพราะวัดถ้ำเสือนั้นตั้งอยู่บนภูเขา ซึ่งสามารถชมวิวทิวทัศน์สวยๆได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ท้องทุ่งนาสีเขียว เขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือมองจากด้านล่างขึ้นมา เราก็จะเห็นวัดถ้ำเสือตั้งเด่นเป็นสง่าเลย 

วัดปากลำขาแข้ง

วัดปากลำขาแข้ง

วัดสวยกาญจนบุรีที่ต่อมาเป็นวัดที่โดดเด่นไม่ซ้ำที่อื่นเลย ด้วยความสวยงามของโบสถ์สแตนเลส นับว่าเป็นโบสถ์หนึ่งเดียวในโลกและเป็นที่เที่ยว unseen ของเมืองไทยกันเลย ซึ่งวัดปากลำขาแข้งได้ตั้งอยู่ที่เกาะกลางน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ การเดินทางจะต้องนั่งเรือไป สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน มาเริ่มเที่ยวชมที่โบสถ์สแตนเลส เป็นสถาปัตยกรรมที่ประดับด้วยลวดลายฉลุของไทยบริเวณซุ้มประตูและหน้าต่างแต่ละบาน เมื่อแสงแดดส่องกระทบมายังที่โบสถ์ ทำให้เกิดความสวยงามเปล่งประกาย ในส่วนของด้านในมีบรรยากาศที่เย็นสบาย เพราะในการสร้างโบสถ์นี้ได้มีการอัดฉนวนกันความร้อนไว้ตรงกลางและใช้พื้นแบบแกรนิตให้ความโล่งสบาย จุดเที่ยวชมถัดมาคือเราจะไปกราบไหว้พระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ ขนาดความสูงกว่า 12 เมตร ถือเป็นองค์ใหญ่สุดในโลก องค์พระนั้นสร้างด้วยสแตนเลสเช่นเดียวกับโบสถ์ ตั้งสูงเด่นอย่างงดงาม นอกจากนี้บรรยากาศของวัดยังเต็มไปด้วยต้นไม้มากมาย มีความร่มรื่น แถมระหว่างทางก็ได้สัมผัสการนั่งเรือในเขื่อนศรีนครินทร์อีกด้วย 

วัดสระลงเรือ 

เรือสุพรรณหงส์ ณ วัดสระลงเรือ 

วัดถัดมานี้ก็มีความน่าสนใจมากมาย เป็นการเที่ยวชมวัดสระลงเรือ ซึ่งวัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางตามการสันนิษฐาน จึงมีอายุเก่าแก่ยาวนาน เดิมที่เคยเป็นชุมชนที่ถูกทิ้งร้างมาก่อน จากนั้นก็มีชาวบ้านเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพกันอีกครั้ง ต่อมาในส่วนของการสร้างเรือสุพรรณหงส์จำลองและพระอุโบสถนั้นมาจากนายจำเนียร ใคร่ครวญ ที่ประสบความสำเร็จจากการขอพรหลวงพ่อใหญ่องค์ดำ จึงกลับมาสร้างสถาปัตยยกรรมดังกล่าวและบูรณะวัดให้ดียิ่งขึ้น มาเริ่มชมกันที่เรือสุพรรณหงส์จำลองกันก่อนเลย ถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่สุดในโลก ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ถูกสร้างอย่างวิจิตรงดงาม สามารถเข้าชมด้านในได้ มีการตกแต่งอย่างสวยงามและเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  ภายในวัดยังมีจุดน่าสนใจอื่นๆ เช่น พระอุโบสถที่ด้านในมีการจำลองนรกและสววรรค์ไว้ ใกล้ๆกันคือวิหารแก้วซึ่งด้านในประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่องค์ดำ(พระพุทธอนันตภูมิสุคคุตโต) และถัดมาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รูปเหมือนองค์ใหญ่ที่สุดในโลก 

วัดถ้ำพุหว้า

ปราสาทหินทราย วัดถ้ำพุหว้า

สำหรับวัดแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิสถาปัตยกรมประยุกต์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้า ของอำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยวัดถ้ำพุหว้าถูกสร้างมายาวนานประมาณ 20 ปีที่แล้ว แต่เดิมเป็นสำนักสงฆ์มาก่อน และมีการเผยแพร่ธรรมมะสู่ประชาชน จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ต่อมาได้รับการพัฒนาและถูกยกฐานะให้เป็นวัด จนในปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจเริ่มแรกกันที่ปราสาทศิลาทรายที่มีความสวยงามด้วยศิลปะขอมประยุกต์ ประดับลวดลายต่างๆอย่างประณีต หลังจากเดินผ่านเข้ามาก็จะเชื่อมไปยังทางเข้าถ้ำ ซึ่งภายในถ้ำจะเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย มีปล่องแสงสาดส่องเข้ามาให้ความสว่างข้างใน บรรยากาศเย็นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมเจริญสติวิปัสสนา ที่สำคัญภายในยังประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งอันเชิญมาจากประเทศเมียนมา พร้อมด้วยพระประธานก็คือพระพุทธรูปปางสมาธิ นอกจากนี้ตรงลานกว้างยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานและให้ประชาชนได้มากราบไหว้กัน 

วัดทิพย์สุคนธาราม

วัดทิพย์สุคนธาราม

วัดแห่งนี้ถือว่าพลาดไม่ได้เช่นเดียวกัน เป็นวัดที่มีความสวยสมคำร่ำลือ โดยเฉพาะเมื่อมองมุมสูงจะเห็นความงามของพุทธอุทยานที่จัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ ไฮไลท์ของวัดทิพย์สุคนธารามนั้นคือ พระปางขอฝน หรือพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์  ซึ่งมีการสื่อความหมายถึงของโลก 3 โลก ได้แก่ ข้อแรกพระปางขอฝนองค์นี้สร้างตามแบบองค์พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ ณ เทือกเขาบาบียัน โดยมีอายุราว 2,000 ปี พร้อมด้วยความมั่นคงของศาสนาพุทธและความร่มเย็นเป็นสุข ลักษณะของพระปางขอฝน จะเป็นองค์อิริยาบถยืนตรง และทรงผ้าวัสสิกสาฎกหรือผ้าอาบน้ำฝน พระหัตถ์ซ้ายหงายรองรับน้ำฝน ในส่วนของพระหัตถ์ขวายกขึ้นระดับพระอุระ เป็นกิิริยาแสดงถึงการขอฝน สร้างจากทองเหลืองหล่อรมควัน ภายในเชื่อมด้วยโครงเหล็ก องค์พระสูง 32 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปปางขอฝนองค์ใหญ่สุดของไทยเลย 

เจดีย์พุทคยา 

เจดีย์พุทคยา (จำลอง)

วัดสวยเมืองกาญจนบุรีแห่งสุดท้ายนี้ขอปิิดท้ายกันที่ เจดีย์พุทคยาแบบจำลอง ตั้งอยู่หนองลูในที่เที่ยวสังขละบุรี ความสำคัญของเจดีย์พุทคยานั้นคือสถานที่แห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพระมหาโพธิ์เจดีย์ โดยเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบอินเดีย สำหรับเจดีย์พุทคยาในสังขละบุรี ถูกริเริ่มสร้างใน พ.ศ.2521 มีขนาดเล็กกว่าเจดีย์พุทคยาของจริงที่ประเทศอินเดีย ซึ่งองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ตัวองค์เจดีย์เป็นสีเหลืองทองอร่าม ด้านหน้าจะมีรูปปั้นสิงห์ทั้งสองฝั่งบันไดเป็นประติมากรรมแบบมอญ ไว้คอยปกป้องเจดีย์ ในส่วนของภายในเจดีย์นั้นเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ถูกอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาโดยหลวงพ่ออุตตมะ ซึ้งมีผู้คนต่างกันเข้ามาสักการะกันอย่างมากมาย ต่อมาบริเวณรอบๆองค์เจดีย์จะมีความคล้ายระเบียงคด พร้อมด้วยหลังคาคลุมให้เราได้เดินชมและกราบไหว้พระพุทธรูปประจำวันเกิดและพระพุทธรูปหินอ่อนประดิษฐานรอบๆ อีกหนึ่งความสวยงามนั้นคือวิวของเจดีย์พุทคยาที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำและรายล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิดอย่างสวยงาม

แต่ละสถานที่วัดสวยกาญจนบุรีล้วนมีแต่ความโดดเด่นที่เราไม่ควรพลาดเลย ซึ่งการมาเที่ยวเมืองกาญจะไม่น่าเบื่อแน่นอน เพราะนอกจากวัดวาอารามเหล่านี้ ก็ยังมีที่เที่ยวกาญจนบุรีอื่นๆให้เราได้ไปเที่ยวชมกัน สัมผัสสเน่ห์แห่งเมืองกาญที่ทุกคนต้องประทับใจทริปนี้สามารถแพลนลิสต์ไปเที่ยวกาญกันเถอะ