ไม่นานมานี้ที่ทางสตูดิโอสุดโด่งดัง Waltz Disney ได้เปิดตัวหนังของเจ้าหญิงคนล่าสุดของทางค่าย ถัดจากเจ้าหญิงแห่งหมู่เกาะแปซิฟิกอย่างเจ้าหญิง Moana จากหนังที่ใช้ชื่อเดียวกันนี้ ที่ไม่ค่อยจะได้รับการตอบรับมากนัก ยังไม่สามารถโค่นแชมป์เจ้าหญิงที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้อย่างเจ้าหญิง Anna และราชินี Elza ในอนิเมชันเรื่องดังอย่าง Frozen เจ้าหญิงคนนั้นคือ เจ้าหญิง Raya จากหนังเรื่อง Raya and the Last Dragon โดยเจ้าหญิงคนล่าสุดนี้ได้ถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2019 และตามแผนการจริงจะต้องฉายในโรงภาพยนตร์ในปลายปี 2020 แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้โปรแกรมหนังนี้ต้องถูกเลื่อนฉาย จนสุดท้ายทางสตูดิโอจึงได้ตัดสินใจ ฉายหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ พร้อมกับนำหนังเรื่องนี้ลงในสตรีมมิงออนไลน์ของตัวเองอย่าง Disney+ ซะเลย แต่ด้วยความที่สตรีมมิงอย่าง Disney+ ไม่ยอมเข้ามาในบ้านเราเสียที คนไทยจึงได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์กันเสียส่วนใหญ่ กับหนังที่รวมเองหลาย ๆ วัฒนธรรมของแถบอาเซียนบ้านเรา มาผนวกเป็นหนังเจ้าหญิงเรื่องเดียวนี้เอง

Raya and the Last Dragon rayra sisu

Raya and the Last Dragon เป็นอนิเมชันที่เล่าถึงดินแดนที่ชื่อว่า Kumandra ในช่วงยุคที่แร้นแค้น ทรัพยากรนั้นหาได้ยาก แห้งแล้ง อันเป็นผลมาจากพลังอันยิ่งใหญ่ของลูกแก้ววิเศษซึ่งเป็นเหมือนพลังสุดท้ายที่มังกรเหลือไว้ปกป้องเหล่ามนุษย์ถูกทำลาย และถูกแยกเป็น 5 ส่วน ผู้นำของทั้ง 5 เผ่าใน Kumandra ได้เอาไปคนละส่วน นั่นทำให้วิญญาณร้ายที่คอยสูบทรัพยากรณ์ไปหมด และทำให้คนที่สัมผัสกลายเป็นหินที่ชื่อว่า “Druun” ได้เข้าครอบครองดินแดนนี้ ดังนั้นนักรบของเผ่าที่ชื่อว่า “เผ่าหัวใจ” อย่าง Raya (ให้เสียงโดย Kelly Marie Tran) ซึ่งเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่า Benja (ให้เสียงโดย Daniel Dae Kim) จึงทำหน้าที่ออกตามหาชิ้นส่วนลูกแก้วมังกรทั้ง 5 จากทั้ง 5 เผ่าให้ครบ ได้แก่ เผ่าหัวใจ เผ่าเขี้ยว เผ่าสันหลัง เผ่ากรงเล็บ และเผ่าหาง และอีกภารกิจที่สำคัญ คือการออกตามหามังกร Sisu มังกรตัวสุดท้ายของโลก เพื่อกอบกู้ดินแดนอันแร้นแค้นนี่ ให้กับมามีทรัพยากรที่สมบูรณ์ และรวมกันเป็นหนึ่ง อย่างที่ Benja ผู้พ่อได้ปรารถนาไว้

Raya and the Last Dragon gang

หนังอนิเมชันเรื่องนี้เป็นหนังครอบครัวอย่างไม่ต้องสงสัย มีความเป็นหนังเจ้าหญิงที่มีเสน่ครบถ้วน แต่คิดว่าด้วยยุคสมัย ทำให้หนังเรื่องนี้ค่อนข้างแตกต่างจากหนังเจ้าหญิงเรื่องก่อน ๆ ของ Disney อย่างแรก หนังเรื่องนี้เกือบเรียกได้ว่าเป็นหนังที่มีความเป็น Action อยู่ด้วย ด้วยความที่ว่าตัวเอกเป็นนักรบ ซึ่งผิดจากขนบเดิมของหนังเจ้าหญิงไปค่อนข้างไกล เรียกได้ว่าดีไปอีกแบบ อย่างที่สอง หนังเรื่องนี้ไม่มีตัวเอกฝ่ายชาย เรามักจะเข้าใจกันอยู่ตลอดว่า เจ้าหญิงต้องคู่กับเจ้าชาย เพราะหนังเจ้าหญิงของ Disney ก็เป็นแบบนั้นมาตลอด แต่หนังเรื่องนี้ไม่ทำแบบนั้น การมีตัวละคนที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าชายของเรื่องนี้ไม่ได้มีความจะเป็นเลย เพราะทั้งเรื่อง Raya และพรรคพวกที่เดินทางร่วมกันเอาเราซะอยู่หมัด ทั้งความน่ารักของน้องน้อย (ให้เสียงโดย Thalia Tran) และแก็งค์ลิงจ๋อสามตัว ความตลกดูเพลินของน้องบุญ (ให้เสียงโดย Izaac Wang) พรรคพวกนักรบเผ่าสันหลังอย่างทอง (ให้เสียงโดย Benedict Wong) และที่ผมชอบที่สุด มังกรน้ำตัวสุดท้ายอย่าง Sisu (ให้เสียงโดย Awkwafine) ทั้งหมดนี้ทุกตัวละครเรียกได้ว่าเสริมกันอย่างลงตัว ไม่ได้มีใครมากลบใคร และไม่ได้บดบังตัวเองอย่าง Raya ไปเลย ศัตรูตัวร้ายในเรื่องอย่าง Namaari (ให้เสียงโดย Gemma Chan) ก็ค่อนข้างดี แต่ส่วนตัวผมอาจจะมีความตื้นไปสักนิด แต่โดยรวมถือว่าดีเลย อีกเรื่องที่แตกต่างจากหนังเจ้าหญิงเรื่องอื่น คือ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังประเภทร้องเพลง ดังนั้นทั้งเรื่องจะไม่มีการร้องเพลงตามขนบหนังเจ้าหญิงเรื่องอื่น

Raya and the Last Dragon kumandra

หนังเรื่องนี้มีการผสมผสานของดีจากหลาย ๆ ชาติในแถบบ้านเราเข้าด้วยกัน ทั้งในเรื่องของประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิต การแต่งกาย สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ หรือแม้แต่อาหาร นั่นทำให้คนไทยอย่างเรารักเอาได้ง่าย ๆ ทั้งเรื่องจะเล่าถึงความเกี่ยวพันของชาว Kumandra กับแม่น้ำ หรือสายน้ำ เปรียบเสมือนว่าสายน้ำเป็นสิ่งหล่อเลี้ยง และอยู่ผูกติดกับวิถีชีวิตของเราตั้งแต่อดีต ตัววิญญาณร้ายหรือตัว Druun ที่คอยดูดกลืนทรัพยากร และคอยทำให้คนเป็นหิน เปรียบดั่งกลุ่มทุนใหญ่ ที่คอยดูดกลืนทรัพยากร และแหล่งน้ำ อันเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต และวัฒนธรรมที่ดีงามของดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเรา การแต่งกายและสถาปัตยกรรมที่ดึงเอาวัฒนธรรมไทยของเรา หรือที่เห็นชัดเจนคือของอินโดนีเซียมาใช้ ในเรื่องของอาหารการกิน มีทั้งผลไม้ในเขตร้อน วัฒนธรรมการกินข้าว และที่คนไทยอย่างเราต้องแอบยิ้ม คืออาหารที่ชาวต่างชาติยกให้เป็นอาหารประจำชาติของเรา คือต้มยำกุ้ง เหล่านี้เป็นวัฒนธรรมของทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราทั้งสิ้น

Raya and the Last Dragon namaari

(ในส่วนนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องนิดหน่อย) สิ่งที่ผมอยากพูดถึง เพราะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจ คือการที่หนังเรื่องนี้ ไม่มีตัวละครชายที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นพระเอก หรือเป็นเจ้าชายของเรื่องเลย นั่นแสดงให้เห็นว่า ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ทั้ง 4 คน Don Hall, Carlos López Estrada, Paul Briggs และ John Ripa ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้หญิงในแถบบ้านเรา เนื่องจากถ้าพูดถึงวีรสตรของแถบนี้ เรียกได้ว่ามีอยู่มากเลยทีเดียว ตั้งแต่การต่อสู้ในสนามรบ หรือแม้แต่การต่อสู้เรียกร้องสิทธิต่าง ๆ คนที่พอจะเป็นตัวเอกฝ่ายชายนั้น อันนี้ผมคิดเอาเอง น่าจะเป็นตัวร้ายอย่าง Namaari แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง หนังเรื่องนี้จะมีความหลากหลายและความร่วมหมัยเป็นอย่างมาก นอกจากถ่ายทอดความเป็นหนึ่งและความแข็งแกร่งของสตรีผู้เป็นเหมือนบุคคลสำคัญของดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว หนังเรื่องนี้ยังนำเนอและให้ความสำคัญในเรื่องของความหลากหลายทางเพศด้วย (อย่างที่บอกว่ามันเป็นการตีความของผมเอง ไม่ได้มีการยืนยันแต่อย่างใด)

Raya and the Last Dragon tuktuk

โดยรวมแล้วผมมองว่าหนังอนิเมชันเรื่อง Raya and the Last Dragon เป็นหนังที่ควรค่าแก่การดูครับ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความสนุกสนาน หรือในแง่ของการเอาสาระ นำเรื่องที่มีอยู่ในหนังไปสอนเด็ก ๆ ได้ ถึงจะไม่มีเพลงในเรื่อง แต่เพลงปิดของหนังเรื่องนี้ก็ติดหูใช้ได้เลยครับ กับเพลง Lead the Way ที่ขับร้องโดย Jhené Aiko ยังไงถ้ามีโอกาสก็อยากให้ไปดูหนังเรื่องนี้กันครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ คุณจะมีความสุขกับหนัง และได้เห็นความสวยงามของวัฒนธรรมที่คุ้นเคยกันอย่างแน่นอนครับผม